แชมป์มวยโลก ชาวไทย ต่อศักดิ์ ศศิประภายิม ( 3 )

หลังจากนั้นมา เส้นทางสู่แชมป์โลกของต่อศักดิ์ก็ดูเหมือนว่าจะปิดลง ต่อศักดิ์ได้เข้าทำงานในบริษัทโอสถสภาในตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ อีกหลายปีต่อมา คือ ในกลางปี พ.ศ. 2539 ต่อศักดิ์ก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 2 แม้จะเป็นเพียงสถาบันเล็ก ๆ อย่าง WBF กับนักมวยชาวออสเตรเลีย ซึ่งต่อศักดิ์ก็สามารถทำได้แม้การชกจะเป็นไปอย่างทุลักทุเล ซึ่งต่อศักดิ์ต้องการจะเป็นแชมป์โลกสักครั้ง เพราะค่ายมวยศศิประภายิมของครอบครัว เคยมีนักมวยได้แชมป์มาทุกรายการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย มวยสากลสมัครเล่น ขาดแต่เพียงแชมป์โลกมวยอาชีพอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งต่อศักดิ์ก็เคลื่อนไหวชกหลังจากนี้อีก 2 ครั้งก็แขวนนวมไปในที่สุด

 

ปัจจุบันทำงานเป็นเทรนเนอร์ในค่ายศศิประภายิม มีสถิติการชกทั้งหมด 30 ครั้ง ชนะ 27 (น็อค 17) แพ้ 3

แชมป์มวยโลก ชาวไทย ต่อศักดิ์ ศศิประภายิม ( 2 )

ต่อมาต่อศักดิ์ได้เป็นแชมป์เงาของ WBC ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ด้วยการเอาชนะน็อค ดาดอย แอนดูจาร์ นักมวยชาวฟิลิปปินส์ จึงได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกกับ มูน ซัง กิล นักมวยชาวเกาหลีใต้ผู้เคยชนะ เขาค้อ แกแล็คซี่ มาแล้ว ซึ่งในการชกครั้งนี้ ต่อศักดิ์เปิดเผยว่าถูกฝ่ายมูน ซัง กิล เอาเปรียบสารพัด เช่น นำไปปล่อยให้อยู่ในโรงยิมฯในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ โดยที่ไม่มีฮีตเตอร์ พร้อมกับริคาร์โด โลเปซ แชมป์โลกรุ่นสตอร์วเวท WBC ที่ชกในรายการเดียวกัน ซึ่งผลการชกต่อศักดิ์ก็เป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 6

แชมป์มวยโลกชาวไทย ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย ( 6 )

ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย สามารถเอาชนะทีเคโอ โยตะ ซะโต ไปได้ในต้นยกที่ 8 เมื่อกรรมการห้ามบนเวทีชาวอิตาเลียนได้ยุติการชก ด้วยเวลา 1.23 นาที หลังจากยกที่ 7 ในช่วงกลางยกถึงปลายยกเป็นฝ่ายไล่ชกซะโตอยู่ข้างเดียว ทำให้ศรีสะเกษได้เป็นแชมป์โลกไปในทันที ซึ่งก่อนหน้านั้นการชกก็เป็นไปในลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยที่ซะโตนาน ๆ ที จึงจะออกหมัดสวนมาครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อนการชกนั้นทางศรีสะเกษได้วางแผนการชกให้ศรีสะเกษเป็นฝ่ายเดินบุกอัดลำตัวของซะโต มาตั้งแต่ยกต้น ๆ

แชมป์มวยโลกชาวไทย ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย ( 5 )

แชมป์โลกสมัยแรก

จนกระทั่ง สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย นักมวยในสังกัดนครหลวงโปรโมชั่น ได้เสียแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก ให้กับ โยตะ ซะโต นักมวยชาวญี่ปุ่นถึงถิ่นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ทางต้นสังกัดจึงได้หมายมั่นให้ศรีสะเกษขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นนี้แทนด้วยสัญญาที่มีไว้ผูกพันกับทางซะโต จึงทำให้ซะโตหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มาเดินทางมาป้องกันตำแหน่งถึงในประเทศไทย เมื่อ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แชมป์มวยโลกชาวไทย พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ (14)

พงษ์ศักดิ์เล็ก มีชื่อเล่นว่า “กร” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกอย่างติดปากจากแฟนมวยและสื่อมวลชนว่า “เจ้ากร” ถือได้ว่าเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่มีนักมวยครองแชมป์ในสถาบันเล็ก ๆ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้กีฬามวยสากลอาชีพไม่ได้รับความนิยมอย่างในอดีต แต่พงษ์ศักดิ์เล็กเป็นแชมป์ในสถาบันใหญ่ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังทำสถิติการป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายครั้งด้วยกัน และมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองคือ เมื่อขึ้นเวทีจะสวมหมวกไหมพรมสีแดงที่ได้รับการปลุกเสก จาก หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทุกครั้ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

แชมป์มวยโลกชาวไทย พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ (13)

พงษ์ศักดิ์เล็กเคยคิดท้อถอยอยากจะเลิกชกหลายครั้ง แต่ได้เทรนเนอร์คอยห้ามปรามไว้ ซึ่งไฟต์ที่เจ้าตัวประทับใจมากที่สุดคือไฟต์ที่ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้เป็นครั้งที่ 15 เนื่องจากได้ทำลายสถิติเดิมของมิเกล คันโต ที่ทำไว้จนมีชื่อบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ หรือ Hall of Fame เทียบเท่านักมวยรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงหลายคน

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป บัลลงดอร์ ( 38 )

เมื่อยุคของบัสบี้ได้ผ่านพ้นไป เบสต์ก็มาประสบปัญหาในเรื่องชีวิตส่วนตัว ซึ่งปีศาจร้ายในตัวเขาก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาต้องเสียชีวิตในเดือนพฤศจิกายน 2005 ด้วย

เขาเคยแขวนสตั๊ดในปี 1972 ก่อนที่จะเปลี่ยนใจกลับมาเล่นอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาย้ายออกจากทีมไปแบบสวยงามในปี 1974 โดยได้ไปเล่นให้กับหลายสโมสรอย่างเช่นดันสเทเบิ้ล ทาวน์, ฟูแล่ม, ลอส แอนเจลิส อัซเท็กส์, บริสเบน ไลออนส์ และจิววิช ไกล์ด ของแอฟริกาใต้

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป บัลลงดอร์ ( 37 )

ฤดูกาลต่อมาเขาพาทีมทำลายล้างเบนฟิก้าในรอบก่อนรองชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ด้วยฝีเท้าของเขาเอง หลังจากที่ยิงคนเดียว 2 ลูกช่วยให้ทีมบุกไปเก็บชัยชนะ 5-1 ได้ที่ลิสบอน เขาก็ได้รับการขนานนามจากสื่อที่นั่นว่าเป็น “เอล บีเทิ่ลส์” เลยทีเดียว

แชมป์รายการที่ 2 ตามมาในปี 1967 ก่อนที่เบสต์จะมายิงประตูเบนฟิก้าได้อีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ 1968 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ทีมปีศาจแดงเอาชนะไป 4-1 ด้วยจำนวน 28 ประตูที่เบสต์ทำได้ในฤดูกาลดังกล่าว ทำให้เขาได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทั้งพีเอฟเอ และยุโรป และเขาก็คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปอีก 4 ฤดูกาลหลังจากนั้น

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมาน ส.จาตุรงค์ ( 2 )

สมานเริ่มชกมวยเมื่อตอนอายุได้ 21 ปี นับว่าสูงอายุแล้วสำหรับผู้ที่จะเริ่มเป็นนักมวย โดยมีความชอบส่วนตัวและใฝ่ฝันว่าจะเป็นแชมป์โลกเหมือนนักมวยคนอื่นบ้าง จึงติดต่อไปทาง “อาว์สังข์” ม.ร.ว.นริศ กฤดากร บรรณาธิการนิตยสารมวยโลกรายสัปดาห์ ม.ร.ว.นริศ จึงได้แนะนำไปที่ สุชาติ ธีรวุฒิชูวงศ์ เจ้าของค่าย “ส.จาตุรงค์” เพื่อให้สมานขึ้นชกแบบมวยสากลเพียงอย่างเดียว สมานขึ้นชกอย่างสม่ำเสมอ จนได้ชิงแชมป์โลกกับนักชกอันตรายชาวเม็กซิกัน ริคาร์โด โลเปซ โดยแพ้น็อกเพียงแค่ยก 2 ชวดตำแหน่งแชมป์สตอร์วเวท สภามวยโลก (WBC) ไป ในปี พ.ศ. 2536 หลังจากนั้นสมานยังคงขึ้นชกอย่างสม่ำเสมอ นับได้ว่าเป็นนักมวยฝีมือดีอีกคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครคาดคิดหรือคาดหวังเลยว่า สมานจะมีฝีมือดีพอที่จะเป็นแชมป์โลก

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมาน ส.จาตุรงค์ ( 1 )

สมาน ส.จาตุรงค์ มีชื่อจริงว่า สมาน ศรีประเทศ เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2511 ที่บ้านคลองสุขใจ ตำบลทุ่งทราย อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นบุตรชายคนที่ 2 ในจำนวน 4 คนของ นายจำนงค์ และนางละไม ศรีประเทศ สมานนับได้ว่าเป็นแชมป์โลกคนที่ 3 ของไทย ที่ไม่เคยชกมวยไทยมาก่อนเลย (2 คนก่อนหน้านี้คือ โผน กิ่งเพชร และ ชาติชาย เชี่ยวน้อย)